ทุนนิยมแบบเสรีนิยมใหม่

ทุนนิยมแบบเสรีนิยมใหม่ เดี๋ยวเรามาดูค่านิยมของระบบการศึกษาในประเทศไทยกันดีกว่าคือระบบการศึกษาของประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในแนวคิดทุนนิยมแบบเสรีใหม่ซึ่งแน่นอนว่ามันเปรียบเหมือนกับสินค้าเลยเพราะว่ามีการแข่งขันที่ดุเดือดมากสำหรับโรงเรียนแต่ละโรงเรียนจะมีการทำตลาดในการแข่งขันเพื่อให้มีคนเข้ามาเรียนกันมากขึ้นโรงเรียนก็จะนิยมใช้ครูที่ได้มาตรฐานมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นมาสอนเด็ก จึงทำให้โรงเรียนนั้นเปรียบเสมือนสินค้าที่พ่อแม่หลายคนที่จะต้องนำลูกมาเรียนในการที่มีโรงเรียนเป็นตัวเลือกมากมายในปัจจุบันที่เราสามารถส่งลูกเราไปเรียนได้ซึ่งแน่นอนว่ามันก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่าแต่ละโรงเรียนก็จะมีระดับของค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันจึงเป็นปัญหาหลักเลยสำหรับคนในประเทศไทยที่จะส่งลูกไปเรียนโรงเรียนดีๆให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะส่งไว้ จึงทำให้เด็กในกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับการศึกษาที่ดีก็จะถูกทิ้งอยู่ในข้างหลัง

ทุนนิยมแบบเสรีนิยมใหม่

แน่นอนว่ามันเปรียบเสมือนสินค้าเพราะว่าถ้าเราซื้อสินค้าที่ถูกคุณภาพมันก็ต่ำลงเมื่อเรามีการซื้อสินค้าที่แพงมากยิ่งขึ้นคุณก็จะได้รับสินค้าที่คุณภาพมันเลยเป็นปัญหาสำหรับครอบครัวที่ไม่สามารถจะส่งเรียนได้เลยได้รับคุณภาพของบุคลากรหรือสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่แย่  มันเปรียบเสมือนทุกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้สำหรับโรงเรียนที่จำเป็นจะต้องมีรายรับเข้ามาเพื่อช่วยให้โรงเรียนนั้นสามารถไปต่อได้เพราะว่ายากมากเลยในการที่เราจะเห็นโรงเรียน เรียนฟรี จริงๆแล้วนโยบายของรัฐบาลที่เรียนฟรีนั้นมันมีมานานแล้วเพื่อที่จะให้เด็กนั้นได้เหรียญฟรีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนระยะเวลาประมาณ 12 ปี จะจบอยู่ที่ มัธยมศึกษาม ม.3 ซึ่งแน่นอนว่าจะได้โรงเรียนที่มีคุณภาพและไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐ แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่ามันไม่สามารถทำได้ตลอดเพราะว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นมันไม่พอเพียงสำหรับค่าใช้จ่ายในโรงเรียนเลยจึงไม่เกิดความจริงแน่นอน

ครอบครัวที่พร้อมทางการเงิน

แน่นอนว่าถ้าเด็กนั้นเปรียบเสมือนสินค้าก็จะทำให้มีแต่ครอบครัวที่มีเงินจะได้มาเรียนเท่านั้น มันจึงเป็นปัญหาหลักๆเลยที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในระบบการศึกษา เพราะว่าเด็กครอบครัวที่ไม่มีเงินส่งเสียได้ก็จะได้ไม่รับโอกาสที่ได้เรียนที่มีคุณภาพ คือพลาดโอกาสในการเข้ารับการศึกษาโรงเรียนดีๆนั่นเอง แล้วส่วนใหญ่สังคมก็จะมีการขาดสวัสดีการในการที่จะดูแลประชาชนเลยมีปัญหาในเรื่องของการเหลื่อมล้ำทางด้านสังคมเกิดขึ้น เลยทำให้เด็กหลายคนนั้นมีการปรับเปลี่ยนความฝันของเด็กเองว่าจะต้องเรียนเป็นนู่นเป็นนี่เลยไม่มีโอกาสที่จะได้รับ

นโยบายเรียนฟรีเลยไม่ประสบความสำเร็จ

ต้องยอมรับเลยว่าเมื่อโรงเรียนเป็นสินค้าแล้วการศึกษานั้นก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเข้าเรียนเพิ่มมากยิ่งขึ้นจึงทำให้หลายครอบครัวนั้นต้องหารายได้และยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากในการศึกษาเพื่อที่จะทำให้เด็กนั้นมีความรู้ที่คุณภาพซึ่งแน่นอนว่าแต่โรงเรียนนั้นก็จะถูกจัดอันดับเอาไว้ว่าเป็นโรงเรียนระดับไหนที่อยู่ในช่วงค่าใช้จ่ายแล้วต้องแลกมาด้วยโอกาสในสังคมเลยเป็นเหตุผลที่นโยบายเรียนฟรีนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ถึงแม้จะมีการสอบเข้าเพื่อการแข่งขันที่ดุเดือดในการสอบเข้าเรียนไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยในดังๆเลยในประเทศไทยก็ต้องมีการสอบและก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปเข้าอีกเมื่อคุณเป็นเด็กเรียนเก่งแต่ครอบครัวไม่พร้อมที่จะส่งเสียก็พลาดโอกาสนี้